โคขาวลำพูน

เป็นโคพื้นเมืองที่เกิดจากฝีมือของชาวบ้านและผลงานที่มีการพัฒนาสายพันธุ์มานานกว่า 100 ปีแล้ว เลี้ยงกันในจังหวัดลำพูนและเชียงใหม่และมีการแพร่กระจายไปยังจังหวัดลำปาง พะเยา เชียงราย เกิดขึ้นมาได้อย่างไรโดยยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนเลย ลักษณะของสายพันธุ์นี้คือ เขาและกีดเท้ามีสีน้ำตาลส้ม ขอบตาและเนื้อจนูกนั้นมีสีชมพูส้มและขนพู่หาง สีขาวไม่มีเหนียงสะดือ ขนาดเหนียงคอปานกลางไม่พับย่นมากเหมือนกับ โคบราห์มัน น้ำหนักโดยแรกเกิด 18 กิโลกรัม น้ำหนักหย่านมเมื่ออายุ 200 วันเฉลี่ย 122 กิโลกรัม น้ำหนักโตเต็มที่เพศผู้ 350-450 กิโลกรัม เพศเมียนั้น 300-350 กิโลกรัม อายุเมื่อให้ลูกตัวแรก2.5 ปีระยะการอุ้มทอง 290-295 วัน โดยห่างช่วงการให้ลูกโดยประมาณ 460 วัน  บางท่านก็ได้เล่าเรื่องโคสายพันธุ์นี้ด้วยว่า เกิดจากการกลายพันธุ์ของโคพื้นเมืองในสมัยพระนางจามเทวี ผู้ครองนครหริภุญไชยพระองค์แรก เมื่อ 1,340 กว่าปีมาแล้วและเป็นสัตว์คู่บารมีของชนชั้นปกครอง ในสมัยนั้นใช้ลากเกวียน แต่หริภุญไชยก็ล่มสลายตั้งแต่ ครั้งเมื่อพ่อขุนเม็งรายมหาราชยึดครอง อีกทั้งเป็นเมืองร้าง สมัยพม่าครองเมือง ช่วงกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่ 2 พ.ศ. 2310     ในตำราฝรั่งบางเล่มก็ได้กล่าวเรื่องราวเรื่องนี้ด้วยว่า ต้นตระกูลของโคพื้นเมืองในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้น่าจะเป็นโคยุโรปที่ไม่มีหนอก ซึ่งต่อมาถูกผสมข้ามโดยโคอินเดียที่มีหนอกเพราะโคในภูมิภาคนี้ส่วนใหญ่จะมีลักษณะของทั้งยุโรปและโคอินเดียรวมกัน คือมีเหนียงคอสั้น หน้าผากแบนและหูเล็กแบบโคยุโรปมีหนอกแบบโคอินเดีย

โคพันธุ์ฮินดูบราซิล

เป็นอีกสายพันธุ์โคที่มีอยู่ในประเทศไทย แน่นอนว่าเป็นโคพันธุ์ที่มีโคทนร้อนปรับตัวได้เป็นอย่างดีและยังทนต่อโรคและแมลง โคพันธุ์ฮินดูบราซิล เป็นโคที่มีเชื้อสายทางอินเดียแต่ได้รับการพัฒนาขึ้นในประเทศบราซิล โดยลักษณะทั่วไปโคชนิดนี้มีลำตัวที่มีสีขาวจนถึงเทาอ่อนเกือบดำและมีสีน้ำตาลแกมแดงเรื่อๆๆหรือเป็นแดงจุดขาว ส่วนลำตัวนั้นมีขนาดที่ใหญ่กว่าพันธุ์บราห์มัน ในส่วนของโคเพศผู้ โตเต็มที่จะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 900-1200 กิโลกรัมส่วนทางด้านเพศเมีย น้ำหนักโตเต็มที่ 600-700 กิโลกรัม เจริญเติบโตเต็มที่พร้อมที่จะเเป็นพ่อพันธุ์ โดยมีรูปร่างจะได้สัดส่วนงดงาม หัวยาว หน้าผากนูนเล็กน้อย ปลายจมูกอูม หางตาแหลมเฉียงขึ้นเล็กน้อย เกือบชิดกันทั้งสองข้าง มีขาใหญ่ที่มั่นคงและแข็งแรง หูมีขนาดใหญ่กว้างและห้อยยาว ห้อยหลวมๆ มัดแกว่งไปมา หยิกทั้งด้านในและด้านนอก ที่สำคัญหูต้องกำม้วนขอบ เหมือนกับใบไม้แห้งกรอบส่วนตรงปลายหูมักจะหยักและหยิกบิดเกรียวไปสู่ปลายจมูก จึงมีการเรียกลักษณะวัวชนิดนี้กันว่า”วัวหูยาว”ลักษณะความสวยงามพิเศษอีกอย่าง หัวกระบานต้องใหญ่หน้าผากกว้างโหนกนูน และค่อนข้างยาวคิ้วเป็นสันโค้งเหนียงคอใหญ่หย่อนยานมาก หนอกหลังเด่นอยู่บนหัวไหล่ พร้อมกับเอนราดลงมาผสมกลมกลืนกับส่วนลำคอเขาแข็งแรงและมักเอนไปทางด้านหลังเล็กน้อย มีโคร่งร่างใหญ่ ค่อนข้างสูง นี่คือลักษณะโคพ่อพันธุ์อินดูบราซิลที่ดี และที่สำคัญปริมาณเนื้อมาก ส่วนลักษณะอื่นๆก็คล้ายๆกับโคพันธุ์บราห์มัน

โคพันธุ์กบินทร์บุรี

เป็นโคพันธุ์ที่ทางกรมปศุสัตว์นั้นได้มอบหมายงานให้ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ในจังหวัดปราจีนบุรี ได้ทำการศึกษาทดลองและวิจัย เป็นลูกโคผสมระหว่างพันธุ์ซิมเมนทัลกับพันธ์บราห์มัน ทำการสร้างโคพันธุ์ใหม่ให้เป็นโคกึ่งเนื้อกึ่งนม  โดยโคลูกเพศผู้ใช้เป็นโคขุนและใช้แม่โคใช้รีดนมได้ การสร้างพันธุ์ในฝูงนั้นก็ได้มีการปรับปรุงพันธุ์ดำเนินการโดยใช้น้ำเชื้อโคพันธุ์ซิมเมนทัลที่ได้คุณภาพสูงจากประเทศเยอรมันประเทศทางยุโรปผามกับแม่โคบราห์มันพันธุ์แท้ ได้ลูกโคชั่วที่ 1 ที่มีเลือดปริมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ แซิมเมนทัลประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ และบราห์มันอีก 50 เปอร์เซ็นต์ แล้วผสมโคชั่วที่ 1 เข้าด้วยกัน ต้องทำการคัดเลือกปรับปรุงให้เป็นโคเนื้อพันธุ์ใหม่เรียกว่า โคพันธุ์กบินทร์บุรี ซึ่งโคพันธุ์นี้มีสีแดงเข้มคล้ายโคพันธุ์ซิมเมนทัล เป็นโคขนาดกลาง เพศผู้โตเต็มที่น้ำหนักประมาณ 900 – 1,000 กิโลกรัม เพศเมีย 600 – 700 กิโลกรัม ส่วนในเรื่องของข้อดีของโคพันธุ์นี้นั้นมีอยู่ด้วยกัน หากเลี้ยงแบบมีการเติบโตที่เร็ว ซากจะมีขนาดใหญ่ที่สนองความต้องการของตลาดได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ทนทานในเรื่องของสภาพอากาศได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอากาศร้อน โคชนิดนี้ทนต่อแดดร้อนได้เป็นอย่างดี แน่นอนเรื่องของการผสมพันธุ์นั้นก็เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ผสมกับ โคพื้นเมือง โคบราห์มันและลูกผสมบราห์มันเพื่อนำลูกเพศผู้มาเลี้ยงเป็นโคขุน ข้อเสียนั้นก็เป็นเรื่องของการเลี้ยงดูที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ หากใช้แม่โครีดนมนั้น ก็ต้องมีความรู้ในการรีดนม

โคพันธุ์ตาก

โคพันธุ์ตากเป็นโคลูกผสมระหว่างพันธุ์ชาร์โรเล่ส์กับพันธุ์บราห์มัน โดยทางกรมปศุสัตว์ได้มอบหมายให้ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ตาก แน่นอนว่าได้ทำการคัดเลือกและปรับปรุงพันธุ์ให้เป็นโคเนื้อพันธ์ใหม่ที่โตเร็ว และมีเนื้อที่นุ่ม เพื่อทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ การสร้างพันธุ์นั้นโดยมีการปรับปรุงโดยนำน้ำเชื้อโคพันธุ์ชาร์โรเล่ส์ที่มีคุณภาพสูงจากประเทศฝรั่งเศส ผสมกับแม่โคบราห์มันพันธุ์แท้ ได้โคลูกผสมชั่วที่ 1 ที่มีเลือดในปริมาณ 50% และชาร์โรเล่ส์ปริมาณ 50% บราห์มัน แล้วผสมแม่โคเพศเมียชั่วที่ 1 ดังกล่าวด้วยน้ำเชื้อหรือพ่อบราห์มันพันธุ์แท้ได้ลูกโคชั่วที่ 2 ซึ่งมีเลือดปริมาณ 25% และ ชาร์โรเล่ส์ในปริมาณ  75% บราห์มัน จากนั้นผสมแม่โคเพศเมียชั่วที่ 2 ด้วยน้ำเชื้อโคพันธุ์ชาร์โรเล่ส์คุณภาพสูง ได้ลูกโคชั่วที่ 3 ซึ่งมีเลือด 62.5% ชาร์โรเล่ส์ และ 37.5% บราห์มัน แล้วนำโคชั่วที่ 3 ผสมกัน คัดเลือกปรับปรุงพันธุ์ให้เป็นโคเนื้อพันธุ์ใหม่ เรียกว่า โคพันธุ์ตาก ส่วนในเรื่องของข้อดีของโคพันธุ์ตากนั้น มีการเติบโตที่รวดเร็ว มีเนื้อนุ่ม มีคุณภาพดี เลี้ยงง่ายหากินเก่ง ไม่เลือกกินหญ้า ทนทานต่อสภาพอากาศร้อนได้ดีพอสมควร เหมาะสมกับการที่จะนำมาผสมกับแม่โคพื้นเมือง ส่วนแม่พันธุ์ผสมพันธุ์ได้เร็ว ส่วนเรื่องของข้อเสียนั้น การเลี้ยงโคชนิดนี้ต้องอาศัยการดูแลเอาใจใส่พอสมควรที่จะนำไปปล่อยเลี้ยงในป่าโดยไม่ดูแลเอาใจใส่ หากเลี้ยงในสภาพปล่อยป่าหรือปล่อยทุ่ง ควรใช้พันธุ์ตาก 1 หรือโคพันธุ์ตาก 2

โคพื้นเมือง

โคพื้นเมืองของไทย เป็นโคที่มีลักษณะใกล้เคียงของประเทศเพื่อนบ้านด้วยรูปร่างลักษณะที่กะทัดรัดและยังมีลำตัวของโคพื้นเมืองนั้นมีลักษณะเล็ก ขาของโคพื้นเมืองก็มีขาเรียวเล็ก ยาว มีเหนียงคอแต่ไม่มีความหย่อนยานมาก มีหูที่เล็ก หนังใต้ท้องที่มีความเรียบแต่เรื่องของสีนั้นมีสีที่ไม่แน่นอน เช่น สีแดงอ่อน เหลืองอ่อน ดำ ขาวนวล น้ำตาลอ่อน และอาจจะมีสีรวมอยู่ด้วย โดยเพศผู้นั้นจะโตเต็มที่ด้วยน้ำหนักที่ประมาณ 300-350 กิโลกรัมส่วนเพศเมียนั้นก็จะมีน้ำหนักประมาณ 200-250 กิโลกรัม โดยผลผลิตหลักของการเลี้ยงโคพื้นเมืองนั้นก็อยู่ที่ลูกโค แน่นอนการที่จะทำกำไรได้ดีนั้นจะต้องเริ่มตั้งแต่เลือกพันธุ์ที่เลี้ยงนั้นให้มีความเหมาะสมกับระบบในการจัดการการเลี้ยงดูพร้อมกับการให้อาหารที่มีความเหมาะสมกับการเลี้ยงและความต้องการของโคในการให้อาหารในระยะต่างๆ ส่วนเรื่องของการเลี้ยงแม่โคเนื้อนั้นจะต้องดูความเหมาะสมกับระบบการเลี้ยงดู เช่นลูกโคที่ผลิตได้นั้นจะสนองความต้องการประเภทใดบ้าง สำหรับผู้เพิ่งเริ่มที่จะเลี้ยงนั้น ปัญหาหลักใหญ่ที่มีความสำคัญในการเลี้ยงโค จะต้องทราบว่ โคพันธุ์ต่างๆพร้อมกับจะต้องศึกษาวีธีการการเลี้ยงดูว่าเหมาะสมกับสถานที่ไหมและแน่นอนว่าเราควรที่จะซื้อโคที่มีลักษณะอย่างไร  แน่นอนว่าเรื่องราวของโคนั้นก็มีข้อดีและข้อเสีย อย่างข้อดี เลี้ยงง่ายหากินเก่ง ใช้แรงงานได้ดี  ทนทานต่อโรคและแมลงและเหมาะสมกับอากาศในบ้านเรา ข้อเสียนนั้น เป็นโคที่มีขนาดเล็ก เพราะถูกคัดเลือกมาในสภาพการเลี้ยงที่มีอาหารที่จำกัด