โคพันธุ์ลิมูซีน

เป็นโคที่มีถิ่นกำเนิดจากประเทศฝรั่งเศส นำเข้าประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ.2520 โดย กรป.กลาง  (นิตยสารโคบาล)แมกกาซีน ปีที่ 2 ฉบับที่ 16 เดือน พฤศจิกายน 2548)   เป็นโคขนาดกลาง ถึงใหญ่ โคเพศผู้หนักประมาณ 1,000 กิโลกรัม โคเพศเมียหนักประมาณ 650 กิโลกรัม มีสีเหลืองอ่อนตลอดลำตัว บริเวณขอบตาและจมูก สีจะอ่อน กว่าบริเวณลำตัว ลำตัวยาว หัวจะสั้น หน้าผากกว้าง จมูกกว้าง เขาขนานกับ พื้นและปลายจะโค้งงอขึ้นข้างบน อกกลม ซี่โครงโค้งมีกล้ามเนื้อหลังเต็ม บริเวณสะโพกมีกล้ามเนื้อมาก อัตราการเจริญเติบโตดี ลูกแรกเกิดมีน้ำหนักสูง คุณภาพซากดีปานกลาง มีเนื้อแดงมากแต่ความชุ่มฉ่ำมีน้อยโคลิมูซินเพศเมียโตเต็มวัยจะมีน้ำหนักประมาณ 650 ก.ก. ส่วนเพศผู้เต็มวัยจะหนักประมาณ 1000 ก.ก. โดยจะมีทอง-แดง หรือใกล้เคียงแต่จะไม่เข้มหรือซีด แต่จะมีสีจางลงบริเวณใต้กระเพาะ ด้านในโคนขา รอบตา และจมูก รอบทวารหนักและปลายหาง หัวจะสั้น หน้าผากกว้าง จมูกกว้าง มีเขาเล็กโค้งไปด้านหน้า ลำตัวส่วนหน้าเต็ม อกกลม ซี่โครงโค้งมีกล้ามเนื้อหลังเต็มสะโพกกลม โคนขาโค้งมน ขากระดูกเล็กแข็งแรง และตรงโคลิมูซิน เป็นโคที่คลอดลูกง่าย มีความสมบูรณ์พันธุ์สูง เปอร์เซ็นต์ลูกหย่านมสูง มีความสามารถในการผลิตเนื้อมีไขมันแทรก มีสัดส่วนของกระดูกและไขมันต่ำ จึงสามารถผลิตเนื้อได้ในทุกระยะของอายุแม่โคจะให้ผลผลิตยาวนาน จะพัฒนาโครงสร้างเต็มที่จนอายุ 6-8 ปี และให้ลูกได้อย่างสม่ำเสมอ จนถึงอายุ 10-11 ปี ซึ่งทำให้แม่โคสามารถผลิตเนื้อคุณภาพดีได้แม้จะเลี้ยงลูกมาหลายตัว

โคพันธุ์โคซิมเมนทอล

โคพันธุ์นี้ต้องบอกเลยว่าเป็นที่มีการเจริญเติบโตได้ดีและเลี้ยง่ายอีกด้วย กับ พันธุ์ โคซิมเมนทอลเป็นโคที่ให้ผลผลิตดีทั้งเนื้อและนม สามารถปรับตัวได้ดีในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย โดยทั่วไปจะมีสีเหลืองอ่อน ไปจนถึงสีเหลืองเข้ม และสีแดงไปจนถึงสีน้ำตาลแดง แต่จะมีลักษณะพิเศษคือมีหน้าเป็นสีขาว ตัวผู้เต็มวัยจะมีน้ำหนักได้ถึง 1100-1400 ก.ก. สูงที่ไหล่ 150- 165 ซ.ม. อัตราการเจริญเติบโตที่เลี้ยงในฟาร์มขุน ถึง 650 ก.ก. อยู่ระหว่าง 1.25-1.4 ก.ก./วัน และสามารถเจริญได้ถึง 2 ก.ก./วัน ตัวเมียโตเต็มวัยจะมีน้ำหนัก 600-900 ก.ก. มีความสูงที่ไหล่ 138-150 ซ.ม. โดยปกติเป็นโคที่มีเขา แต่มีบางสายพันธุ์ที่ไม่มีเขา  ลักษณะเด่นในการเป็นโคผลิตเนื้อ ได้แก่เพิ่มน้ำหนักได้เร็ว ลูกผสมชั่วแรกกับโคสายพันธุ์อังกฤษ หรือกับโคซีบู จะโตเร็วกว่า 10-20% จะได้น้ำหนักที่ถึงความต้องการของตลาดได้ที่อายุน้อย ให้เปอร์เซนต์ซากสูง ให้เนื้อที่มีไขมันน้อย มีกล้ามเนื้อมาก ทั้งโคซิมเมนทอลและโคลูกผสม ทำให้มีเนื้อส่วนที่ขายได้สูงขึ้น มีความสมบูรณ์พันธุ์สูง โคซิมเมนทอลเพศเมียจะถึงวัยเจริญพันธุ์เร็วและมีช่วงชีวิตที่ให้ลูกยาว ส่วนพ่อพันธ์จะมีลูกอัณฑะใหญ่ มีความสามารถในการผสมพันธุ์สูง คุมฝูงขนาดใหญ่ได้ดี แม่โคซิมเมนทอล ให้น้ำนมดีและมีความสามารถในการเลี้ยงลูกดี ทำให้สามารถผลิตลูกเมื่อหย่านมมีน้ำหนักสูง เป็นโคที่เชื่อง ง่ายต่อการจัดการ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการจัดการการผลิตโคเนื้อ เมื่อจบโปรแกรมขุนจะสามารถลดความเครียด ในระหว่างการฆ่าได้

โคพันธุ์ชาโรเลส์

วันนี้เรามาพูดเรื่องราวของวัวสายพันธ์หนึ่งที่ต้องบอกเลยว่าเป็นสายพันธ์ที่มีถิ่นกำเนิดในต่างประเทศ นั้นคือ วัวพันธุ์ชาโรเลส์มีถิ่นกำเนิดในเมืองชาโรลส์ ประเทศฝรั่งเศสประเทศทางยุโรป เดิมเคยเลี้ยงเป็นโคงาน แต่ได้ทำการคัดเลือกพันธุ์เพื่อใช้เป็นทั้งโคงานและโคเนื้อ (Dual Purpose) ลักษณะทั่วไปลำตัวมีสีขาวถึงสีครีม อาจมีผิวหนังสีแดงโดยเฉพาะบริเวณรอบจมูก ตา และใต้ท้อง จัดว่าเป็นโคเนื้อที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกพันธุ์หนึ่ง โคเพศผู้โตเต็มที่มีน้ำหนักตัว 1,000-1,200 กิโลกรัม เพศเมีย 800-850 กิโลกรัม แม่โคให้ลูกที่มีน้ำหนักแรกเกิดสูง (45 กิโลกรัม) และน้ำหนักตัวเมื่อหย่านมสูง (270-300 กิโลกรัม) เป็นโคที่มีการเจริญเติบโตเร็ว (1.0-1.2 กิโลกรัม/วัน) เมื่ออายุได้ 15 เดือน บางตัวมีน้ำหนักถึง 500 กิโลกรัม โคพันธุ์ชาโรเลส์ มีรูปร่างยาวเพรียวกว่าโคพันธุ์ยุโรปอื่นๆ มีขาสั้น ลำตัวลึก แม่โคให้นมดี เลี้ยงลูกเก่ง มีเปอร์เซ็นต์ซากสูงกว่าโคพันธุ์อื่นๆ คุณภาพซากดีมาก เนื้อมีคุณภาพดี ในเมืองไทยได้นำมาผสมพันธุ์กับโคลูกผสมบราห์มัน แต่รักษาระดับเลือดของพันธุ์ชาร์โรเลส์ ให้อยู่ระหว่าง 50.0-62.5% (Blakely and Bade, 1994) ไม่พบรายงานว่า มีเกษตรกรเลี้ยงชาโรเลส์พันธุ์แท้ในระบบฟาร์มทั่วไปในเมืองไทยข้อดีของโคสายพันธุ์นี้ มีการเจริญเติบโตเร็ว ซากมีขนาดใหญ่ เนื้อนุ่ม เนื้อสันมีไขมันแทรก(marbling)เป็นที่ต้องการของตลาดเนื้อโคคุณภาพดี เหมาะที่จะนำมาผสมกับแม่โคบราห์มันหรือลูกผสมบราห์มันเพื่อนำลูกมาเลี้ยงเป็นโคขุน ข้อเสียของเขาโคสายพันธุ์นี้แน่นอนว่า ถ้าเลี้ยงเป็นพันธุ์แท้หรือมีสายเลือดสูงๆจะไม่ทนต่อสภาพอากาศในบ้านเราและไม่เหมาะที่จะใช้ผสมกับแม่โคขนาดเล็กเพราะอาจทำให้คลอดยาก

โคขุนโพยางคำ

เราจะมาพูดเรื่องราวของ โคขุนโพนยางคำ ที่ต้องบอกเลยว่า เป็นอะไรที่สุดยอดเลยในวันนี้ เพราะแอดมินเนี่ยชอบกินมากมายเลยทีเดียว โคขุนโพนยางคำ เป็นเนื้อโคคุณภาพสูงจากหมู่บ้านโพนยางคำ ตำบลโนนหอม อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร เป็นโคเนื้อลูกผสมไทย-ฝรั่งเศส โดยมีการจัดตั้งขึ้นเป็นสหกรณ์โพนยางคำขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523 ปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ก็จะมีราคาสูงกว่าเนื้อโคปกติ เรื่องของการกระบวนการผลิตโคขุนโพนยางคำที่ได้มาจากโคเนื้อลูกผสมไทย-ฝรั่งเศส เกิดจากการผสมเทียมโดยใช้น้ำเชื้อจากพ่อ-แม่พันธุ์โคเนื้อ 3 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ชาโรเลย์ส (Charolais) ถิ่นกำเนิดประเทศฝรั่งเศส เป็นสายพันธุ์หลัก, พันธุ์ซิมเมนทอล (Simmental) ถิ่นกำเนิดประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และพันธุ์ลิมูซีน (Limusin) ถิ่นกำเนิดประเทศฝรั่งเศส หลังจากลูกโคสายเลือดนี้ผสมแล้วมีอายุ 2 ปีแล้ว แน่นอนว่าก็จะเข้าสู่วิธีการ “ขุนโค” โดยจัดการถ่ายพยาธิ ฉีดวัคซีน และตอนก่อนที่จะนำเข้าคอก ทางสหกรณ์ได้ใช้เทคนิคการให้โคฟังเพลงเพื่อให้วัวกินอาหารได้มาก มีเรื่องเล่าและเชื่อว่าเนื้อวัวที่ได้จะนุ่ม  เลี้ยงด้วยอาหารธรรมชาติเป็นหลัก แบ่งเป็นอาหารที่หยาบที่ใช้หญ้าหรือฟาง เสริมด้วยอาหารสูตรพิเศษที่ใช้ธัญพืชในการผลิต โดยงานนี้ทุกคนเชื่อกันว่าเนื้อโคจะมีกลิ่นหอมและรสหวานยิ่งขึ้น และที่คอกวัวนั้นมีการดูแลความสะอาดเป็นอย่างดี ทำความสะอาดพื้น เก็บมูล อาบน้ำวัว แปรงขัดขน ให้วัวกินอาหารได้มากขึ้น ซึ่งวิธีการดังกล่าวช่วยย่นระยะเวลาการขุนโคจากเดิมประมาณ 1 ปี ลงเหลือ 8-9 เดือน เมื่อขุนโคเสร็จแล้วก็นำมาชำแหละในโรงฆ่ามาตรฐาน แล้วนำไปเก็บบ่มนาน 7 วัน ก่อนจะมีการให้คะแนนไขมันแทรก แล้วตัดแบ่งชิ้นส่วนและกำหนดเรียกชื่อตามแบบฝรั่งเศส 17 ส่วน ใช้มาตรฐานของฝรั่งเศส